ลืม...

posted on 11 Jun 2009 01:51 by painfulsweet  in I-Bitter

 

 

 

พระจันทร์เต็มดวงเปล่งรัศมีทรงกลดอยู่บนผืนฟ้าดำสนิทดุจกำมะหยี่

 เธอซ้อนท้ายรถจักรยานของเขาในท่านั่งคร่อม มือขวาคีบบุหรี่รสน้ำแข็ง

กลิ่นของราตรีในเพลาประมาณสองชั่วโมงหลังเที่ยงคืน ให้ความรู้สึกกันเองอย่างประหลาด...

อาจเพราะกลิ่นนั้นถูกกลบด้วยควันขาวฟุ้งจากปลายเผาไหม้ของยาสูบหว่างเรียวนิ้วเธอเอง

"พรุ่งนี้จะทำยังไง?"

เธอถูกยัดเยียดด้วยคำถามเดิมซ้ำอีกเป็นหนที่สอง

จากชายคนเดียวกันผู้ซึ่งในขณะนี้เปลี่ยนตำแหน่งจากผู้ฉายภาพยนตร์มาอยู่บนอานของจักรยานคันที่เธอกำลังซ้อน

"ไม่เคยคิดถึงพรุ่งนี้เลยค่ะ"

เธอตอบฉะฉานประหนึ่งหญิงผู้รู้จักตนเองดีทุกซอกรายละเอียด

แต่ในขณะเดียวกัน...

ส่วนหนึ่งในก้อนสมองขนาดเล็กของเธอกำลังประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับแต่บ่ายแก่ๆของวันที่เพิ่งผ่าน

ส่วนลึกในก้อนหัวใจขนาดเท่ากำปั้นของเธอกำลังกลั่นกรองความรู้สึกจากมวลความเงียบของชายเจ้าของคำถาม

เธอรู้ดีที่สุดว่าเธอไม่ใช่ไม่เคยคิดถึงวันพรุ่งหรือวันหลังจากวันพรุ่ง

เธอรู้ดีที่สุดว่าภายในมวลความเงียบนั้นมีความสับสนวิ่งพล่านอยู่ในก้อนสมองและก้อนหัวใจของเขา

ที่จริงเธอโกหกเขาว่าเธอไม่เคยคิดถึงวันพรุ่งนี้เพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่เธอคิดถึงวันพรุ่งนี้มากไปต่างหาก

 เพราะเธอรู้ว่าความรู้สึกสับสนที่เขากำลังเผชิญอยู่ในห้วงคำนึงขณะนี้จะทวีปริมาณมากขึ้นอีกขนาดไหนเมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง

...

หัวใจและสมองของเธอมักทำหน้าที่ขัดแย้งกันเสมอในการสั่งให้เธอเลือกเดินในหนทางที่เธอควร

การได้ออกมาสูดกลิ่นความสงัดกลางราตรีในสถานที่แปลกตาหลังรถจักรยานคันที่เขาเป็นสารถีนี้

เกิดขึ้นเพราะชั่วขณะก่อนหน้าเธอเพิ่งตัดสินว่าคำสั่งจากสมองของเธอเป็นผู้ชนะ

ผู้แพ้อย่างหัวใจยังคงเต้นจังหวะเดิมอยู่ตรงที่เดิมในร่างกายเธอ

แต่ในความมืดและเงียบนั้น

เธอแอบได้ยินเสียงหัวใจร้องครวญเบาแผ่วดั่งลมที่ผ่านพัด

หัวใจเธอหวังอย่างแห้งแล้งว่าค่ำคืนนี้จะยาวนานต่อไปตราบถึงเพลาที่มันพึงกำหนดให้ฟ้าสางได้

เนื่องด้วยมันยังถูกตรึงติดกับรสสัมผัสพิเศษจากริมฝืปากนั้นที่ชายผู้ซึ่งกำลังถีบจักรยานครอบครอง

"ว่าแล้วว่ามันต้องดีกว่าที่คิด"

หัวใจดวงเดียวกันอยากกู่ประกาศชัยชนะที่มีเหนือสมอง

หัวใจรู้ล่วงหน้าว่าจุมพิตนั้นจะต้องสวยงามไร้ที่ติ แต่จินตนาการในสมองเถียงเด็ดขาดว่ามันต้องไม่ใช่

หากเพียงหัวใจเธอหาได้กู่ร้องออกไปไม่

ในเมื่อมันกำลังซึมซับกับความปราชัยจากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับสมอง

...

เธอพลิกตัวหลบแสงแยงจากตะวันยามสาย มือข้างหนึ่งคว้าดึงผ้าห่มผืนนวมมาคลุมท่วมศรีษะ

เสี้ยววินาทีต่อจากนั้น สมองของเธอฟื้นจากการพักและเริ่มประมวลเหตุการณ์พร่ามัวในความฝันอย่างเกียจคร้าน

มันสั่งให้เปลือกตาคู่นั้นของเธอพยายามหรี่ขึ้นเพื่อมองไปยังชายที่กำลังหลับสนิทอยู่เคียงข้าง

ชายผู้ซึ่งสมองประมวลอย่างหยาบว่าเป็นตัวเอกจากเหตุการณ์ในความฝัน

"เฮ่ย ผิดคน"

สมองพยายามรวบรวมสติของมันเองเมื่อพบว่าตัวเอกจากความฝันเมื่อครู่เป็นคนละคนกับที่ตาเห็น

เธอพลันนึกขึ้นออกในทันที ว่าได้กลับมายังสถานที่ที่สมองสั่งการให้มาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าพระอาทิตย์จะขึ้น

"ฉิบหาย ลืมเอาหัวใจกลับมาด้วย"

เธอเบิกตาโพลง พลางได้ยินสมองสบถดังก้อง